ตำนานพระเจ้าใหญ่วัดหงส์

ตำนานเล่าว่าในสมัยก่อน ท้าวศรีปาก (นา) ท้าวเหลือสะท้าน ท้าวไกรสร เสนาบดีเมืองสุวรรณภูมิ (ปัจจุบันอยู่ในเขต จ.มหาสารคาม) ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายลาวพร้อมด้วยบริวาร ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ในเขตลุ่มน้ำลำพังชู ตลอดไปจนถึงลุ่มน้ำชี (ในเขต จ.ชัยภูมิ) กล่าวกันว่าการล่าแรดเพื่อเอานอมาทำยานั้น ถ้าพบแรดในเขตพุทไธสงจะไล่ล่าได้ในเขตชัยภูมิ และถ้าพบในเขตชัยภูมิจะไล่ล่าได้ในเขตพุทไธสง ครั้งหนึ่งทั้งสามยิงได้นกขนาดใหญ่สวยงามมากตัวหนึ่งที่บริเวณบึงสระบัว เรียกกันว่า นกหงส์ ตกตัวนั้นบินมาตกบริเวณป่ารกด้านทิศตะวันออก จึงออกตามค้นหานกตัวนั้นในป่าดังกล่าว แต่กลับพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน ด้วยความดีใจจึงเลิกค้นหานกและพากันสำรวจบริเวณรอบ ๆ องค์พระ พบเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมด้านหลังองค์พระพุทธรูป พบหนองน้ำขนาดย่อมด้านหน้าองค์พระ มีหัวแรดตายมานานแล้วอยู่ในหนองน้ำนั้น มีต้นตาลเรียงรายอยู่รอบ ๆ สี่ทิศ มีเถาวัลย์คลุมรุงรัง ไม่มีหมู่บ้านคนในบริเวณนั้น จึงกลับไปบ้านเกิดและชักชวนญาติพี่น้องมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหัวแรด โดยมีท้าวศรีปาก (นา) เป็นเจ้าเมือง เรียกว่า อุปฮาดราชวงศ์ และได้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์บริเวณที่พระพุทธรูปอยู่เป็นวัด ชื่อว่า วัดหงส์ ตามชื่อนกที่ตกบริเวณนี้

นิทานพื้นบ้านอื่นๆที่น่าสนใจ