สิงหาคม 11th, 2009นิทานพื้นบ้าน-อุสาบารส
อุสาบารส
นานมาแล้วมีเมืองหนึ่งชื่อว่าเมืองพานมีพระยาพานปกครองดูแลมีพระราชบุตรนามว่าท้าวพานนา และพระราชธิดานามว่านางสมัญญาวันหนึ่งพระยาพานได้เสด็จประพาสป่าได้พบกับนางอุสาซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่าเอ็นดูจึงทรงขอนางอุสากับพระฤษีมาเลี้ยงเป็นลูกท้าวพานนาและนางสมัญญา ก็รักนางอุสาดุจเดียวลูกในใส้เมื่อนางอุสาเติมโตเป็นสาวรุ่นมีความงดงามจนเป็นที่เลืองลือไปทั่วทุกแคว้นกล่าวฝ่าย พระยาไกลาสครองเมืองภูเงินทราบข่าวความงดงามของนางอุสาจึงใคร่อยากได้นางมาเป็นมเหสีจึงนำทองคำและเงินมาถวายพระยาพานเพื่อขอนางอุสาไปเป็นมเหสีแต่นางอุสาปฏิเสธพระยาไกรลาสจึงกลับเมืองภูเงินไปอย่างผิดหวัง
กล่าวถึงท้าวบารสพระราชบุตรของพระยากิตติกรนารายณ์สี่มือเจ้าเมืองปะโคทรงโปรดปรานการเสด็จประพาสป่าวันนั้นได้เสด็จออกประพาสป่าจนมาถึงไทรใหญ่จึงได้หยุดพักผ่อนและสั่งให้เสนาอำมาตย์ตั้งเครื่องเซ่นสังเวยเทวดาอารักษ์ทั้งหลายอย่างอุดมสมบูรณ์เมื่อเทวดาอารักษ์ทั้งหลายได้รับเครื่องเซ่นไหว้แล้วก็พากันคิดตอบแทนน้ำใจ ของท้าวบารส คืนวันนั้นขณะที่ทุกคนรวมทั้งท้าวบารสกำลังหลับพักผ่อนกันในป่าเทวดาได้อุ้มเอาท้าวบารสไปไว้ในหอของอุสาเมื่อทั้งสองได้พบกันก็มีความพอใจกัน อยู่ด้วยกันเป็นเวลา ๗คืนตกดึกของคืนวันที่๘ขณะที่นางอุสาและท้าวบารสกำลังหลับสนิทอยู่นั้นเทวดาก็ได้มาอุ้มท้าวบารสกลับไปที่ต้นไทรใหญ่เหมือนเดิม
และได้พาขบวน เสนาอำมาตย์กลับเมืองปะโค
กล่าวถึงนางอุสาเมื่อตื่นขึ้นไม่พบท้าวบารสก็ได้สอบถามกับเหล่านางสนมทั้งหลายแต่ไม่มีใครทราบนางสมัญญาเห็นผิดสังเกตจึงถามความเป็นไปจากนางอุสานางอุสาจึงได้เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังแต่นางก็ไม่รู้ว่าชายที่มาอยู่กับนางนั้นเป็นใคร อยู่ที่ไหน นางสมัญญารู้สึกเอ็นดู และสงสารนางอุสายิ่งนัก จึงอาสาวาดรูปกษัตริย์เมืองต่าง ๆ เอามาให้นางอุสาดูจนกระทั่งวาดมาถึงรูปของท้าวบารสพระราชบุตร แห่งเมืองปะโคนางอุสาเห็นแล้วดีใจมาก แล้วนางอุสา รีบเขียนสาสน์ไปถึงท้าวบารสทันทีท้าวบารสเมื่อได้รับสาสน์ของนางอุสาและรู้ว่านางเป็นใคร อยู่ที่ไหนรีบควบม้ามาหาทันทีเช่นกัน
เมื่อทั้งสองได้พบกันอีกครั้งมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งท้าวบารส อยู่ที่หอนางอุสาร่วมหนึ่งเดือนความทราบถึงพระยาพาน พระยาพานทรงพิโรธอย่างเป็นไฟทีเดียวรีบบึ่งไปจับตัวท้าวบารสโดยไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ ทั้งสิ้นแม้ท้าวบารสจะอ้อนวอนด้วยเหตุผลใด ๆไม่รับฟังและสั่งให้ท้าวบารสไปขังไว้ร้อนถึงพระฤาษีเมื่อรู้ด้วยญาณว่าท้าวบารสถูกคุมขังไว้จึงได้เดินทางจากป่าเข้าวังขอให้พระยาพานปล่อยท้าวบารสเสียแต่ไม่สำเร็จจึงได้เดินทางไปบอก พระยากิติกรนารายณ์สี่มือเจ้าเมืองปะโคพระราชบิดาของท้าวบารสพระยากิติกรนารายณ์สี่มือมีสาสน์ไปถึงพระยานพรานให้ปล่อยท้าวบารสกลับคืนเมืองปะโคเสียมิฉะนั้นจะต้องทำศึกกัน พระยาพานไม่ยอมปล่อยท้าวบารสและยินดีที่จะทำศึกกับเมืองปะโคการทำศึกระหว่างเมืองพานกับเมืองปะโคนั้นเป็นไป อย่างเข้มข้นเพราะเจ้าเมืองทั้งสองต่างมีอิทธิฤทธิ์ด้วยกันทั้งคู่แต่แล้วพระยาพานเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำถูกฆ่าตายในสนามศึกครั้งนั้นนางอุสาได้ติดตามไปอยู่กับท้าวบารสที่เมืองปะโคแต่ต้องตรอมใจตลอดเวลาเพราะถูกนางสนมของท้าวบารสพูดและทำพฤติกรรมเสียดสีกระแทกแดกดัน ต่างๆ นา ๆท้าวบารสไม่เอาใจใส่นางดั่งที่เคยอยู่กันที่หอนางอุสาได้รับความซอกช้ำใจมาก ในมี่สุดจึงตัดสินใจหนีกลับคืนเมืองพานเมื่อกลับถึงเมืองพาน นางอุสามีแต่ความคิดถึงท้าวบารสจนกินไม่ได้นอนไม่หลับจนล้มป่วยลงท้าวพานนาและนางสมัญญาดูแลเอาใจใส่นางอุษาเป็นอย่างดีและรีบส่งข่าวไปบอกท้าวบารส
เมื่อท้าวบารสทราบข่าวว่านางอุษาหนีกลับมาอยู่ที่เมืองพานและกำลังป่วยหนักจึงรีบขวบม้ามาหาทันทีแต่มาช้าไปเพราะนางอุษามีร่างกายซูบผอมลงไม่มีกำลังใจในการต่อสู้อีกทั้งหัวใจบอบซ้ำในที่สุดนางอุษาก็ซ้ำใจตายท้าวพานนาและนางสมัญญา รู้สึกสะเทือนใจ ในการตายของนางอุษาจนสุดควบคุมจิตใจของตนเองได้ จึงขาดใจตามนางอุษาไปด้วยเมื่อท้าวบารสมาถึงเมืองพานสามพี่น้องตายอยู่ด้วยกันรู้สึกสำนึกผิดที่มีต่อนางอุษาพระยาพาน ท้าวพานนา นางสมัญญาและชาวเำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
ขาดใจตายตามไปด้วยกันด้วยความรักที่ทุกคนมีต่อกัน อย่างบริสุทธิ์จึงเป็นบุญให้ดวงวิญญาณไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์
นิทานพื้นบ้านอื่นๆที่น่าสนใจ
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.)