เชตพน

พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาทราบข่าวว่า วัดพระเชนตพน เมืองสาวัตถีเจริญรุ่งเรืองมาก ประสงค์จะทราบความจริงและจะได้คัมภีร์พระอภิธรรม พระองค์จึงแต่งราชฑูตคณะหนึ่งไปสืบดู คณะราชฑูตที่ไปมีขุนไทยเป็นหัวหน้าออกขุนเมืองลิง, ออกขุนพล , และออกขุนพลาย เป็นรองนายกรวิกเป็นองครักษ์ และมีคนโบราณใหญ่สูง 6 ศอก เป็นคนนำทางพร้อมกับไพร่ 500 คน เป็นชาย 400 คน หญิง 100 คน การเดินทางใช้ช้างและม้าเป็นพาหนะ

คณะราชฑูตออกเดินทางประมาณเดือนอ้าย เดินทางไป 3 เดือน ถึงเมืองหงสาวดีเข้าเฝ้าเจ้าเมืองและพักอยู่ที่นั้น 3 วัน แล้วเดินทางต่อไปอีก 3 เดือน 14 วัน ถึงปลายแดนเมืองหงสาวดีมีเจดีย์ใหญ่ ชื่อพระธาตุชะกุ้ง (ชเวดากอง) พากันบูชาแล้วเดินทางเข้าป่าหิมพานต์พบสิงสาราสัตว์ ภูและธรรมชาติต่างๆ เป็นเวลา 7 ปี จนถึงแม่น้ำมหิง ไพร่หนุ่มสาวที่เดินไปด้วยได้แต่งงานให้กำเนิดเด็กประมาณ 300 คน คณะฑูตได้เดินทางไปอีก 1 ปี จึงไปพบพระฤาษีไตรคำ จึงได้ทราบข่าวเรื่องมาลัยเจดีย์วัดพระเชนตพน

เมืองสาวัตถี ซึ่งอยู่บนเขาเนมินธร์ ริมฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ขณะเดินทางขึ้นเขาเนมินธร์ผู้คนป่วยเป็นโรคลงท้องตายไป 205 คน ที่เหลือจึงเดินทางต่อไปเป็นเวลาแปดวันก็ถึงเมืองสาวัตถี เข้าเฝ้าถวายราชบรรณาการแด่กษัตริย์เมืองสาวัตถี พักอยู่ที่นั้นคืนหนึ่ง รุ่งขึ้นจึงเดินทางไปวัดพระเชตพนเข้าเฝ้าถวายสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช แล้วบูชาพระมาลัยเจดีย์ วัดส่วนต่างๆ ของเจดีย์ ไว้ คณะราชฑูตได้ทูลขอพระอภิธรรมปิฏก ทั้ง 7 คัมภีร์ สมเด็จพระสังฆราชก็ประทานให้ตามประสงค์ ชายที่ไปด้วยมีความเลื่อมใสบวชเป็นภิกษุอยู่ที่วัดเชนตพน 15 คน นอกนั้นพักอยู่ที่นั้น 1 เดือนแล้วเดินทางกลับ ขากลับได้ชมหมู่บ้านหิมพานต์ ซึ่งมีความเจริญมาก แล้วเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยาทั้ง 588 คน ซึ่งเมื่อเดินทางไปมี 506 คน เกิดใหม่ 300 คน รวม 800 คน ตายเสียระหว่างทาง 205 คน บวชที่วัดพระเชนตพน 15 คน ขากลับพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาโปรดให้คนไปรับถึงเมืองหงสาวดี และทรงต้อนรับอย่างดี

นิทานพื้นบ้านอื่นๆที่น่าสนใจ