มีชายพิการคนหนึ่ง…เป็นคนขาพิการ..ทำมาหากิน…และเลี้ยงพ่อแม่ด้วย…ด้วยการใช้นิ้วดีดก้อนหินเล็กๆใส่ใบไม้เป็นรูปร่างสัตว์ต่างๆให้คนดู..ผู้คนทั้งหลายได้ดูแล้วก็เกิดความพอใจ…จึงให้เงินและอาหารเป็นรางวัล…แก่ชายพิการ….ผู้คนในเมืองนั้นชื่นชอบชายพิการมากๆ…ชายพิการจึงเป็นขวัญใจของคนทั้งเมือง…วันหนึ่งพระราชาเสร็จออกเที่ยวไปทั่วเมือง…ได้ทอดพระเนตรต้นไม้…เห็นมีรูป…ลิง….ช้าง…บ่าง….ชะนี……เสือ….เป็นต้น…จึงถามอำมาตย์ว่า

พระราชา….ใครเป็นคนทำ
อำมาตย์…..เป็นชายพิการคนหนึ่ง พระเจ้าข้า
พระราชาคิดว่า “ถ้าเรานำชายพิการไปชุบเลี้ยง เสี้ยนหนามในหัวใจของเราคงได้รับการแก้ไขและหมดไปในที่สุด” จึงตรัสกำอำมาตย์ว่า

พระราชา….ขอท่านได้โปรดไปตามชายพิการให้มาพบเรา
อำมาตย์….ข้าแต่พระองค์จะมีประโยชน์อันใดที่มหาบพิตรจะสนธนาด้วย พระเจ้าข้า
พระราชา…ขอเพียงเราสนธนาสักสองสามคำ
อำมาตย์…เมื่อเป็นพระประสงค์…ข้าพระพุทธเจ้าจะไปตามให้..จนพบชายพิการ

พระราชา…เป็นเจ้าทำให้ใบไม้นี้สวยงามยิ่งนัก
ชายพิการ…พระเจ้าข้า
พระราชา….เจ้าประสงค์จะไปอยู่ในวงกับเราหรือไม่
ชายพิการ…ข้าพระพุทธเจ้าไม่ขัดข้อง…แต่ติดอยู่ที่พ่อกับแม่แก่ชราต้องเลี้ยงดู
พระราชา….ชายพิการนี้..มีความสามารถและยังกตัญญูยิ่งนัก.จึงตรัสกับชายพิการว่า “เราอนุญาตให้พ่อกับแม่ของเจ้าไปอยู่ด้วย”..เจ้าจะไปหรือไม่
ชายพิการ….เป็นพระกรุณายิ่ง

ตั้งแต่วันนั้น…ชายพิการก็มีชีวิตเปลี่ยนไป..เขาอยู่กับพ่อแม่อย่างมีความสุข..แต่ตัวเขาไม่เข้าใจว่าพระราชาให้เขามาอยู่เพื่ออะไร….หลายวันต่อมา..พระราชาก็ได้เรียกชายพิการเข้าเฝ้า…

พระราชา….นี่เป็นท้องพระโรงของเรา.. เราจะประชุมอำมาตย์และขุนนางทั้งหลายทุกๆเจ็ดวัน….ที่เรียกเจ้ามาที่นี่..เพราะว่าเรามีเรื่องหนักอกหนักใจเรามานานแล้ว..เหมือนมีหอกทิ่มเข้าไปในใจเรา…มีมหาอำมาตย์ที่พูดมากท่านหนึ่ง…มีอิทธพลมากหนัก..พูดมาก….แถมยังมีคนเชื่อถือมากกว่าเราอีก…บางครั้งเราพูดยังสู้เขาไม่ได้..เราจะบริหารบ้านเมืองอย่างไร…มหาอำมาตย์นี่ก็ค้านอยู่เรือย…จำเราจะต้องใช้วิธีนี่

ตรัสแล้ว…พระราชาก็ให้ชายพิการนั่งในที่อันควร…แล้วใช้ม่านบังชายพิการไว้…โดยให้อยู่ด้านหลังของพระราชา…พร้อมกับตรัสว่า

พระราชา…นี่เป็นขี้แพะหนึ่งทะนาน..เมื่อมหาอำมาตย์อ้าปากจะพูดขอเจ้าดีดขขี้แพะเข้าในปาก..เพื่อไม่ให้..มหาอำมาต์พูดได้…แล้วเราจะได้ตรัสเรื่องราชการของเรา

ชายพิการ….คิดแล้วถึงเข้าใจความในทั้งหมดที่พระราชาเลี้ยงดูเขา…จึงรับว่า พระเจ้าข้า

เมื่อถึงเวลาประชุม..พระราชาก็ตรัสเรื่องราชการสำคัญ…

พระราชา….เรามีราชการสำคัญ..ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล..เราจะไม่เก็บภาษีประชาชน เป็นเวลา 3 ปี

มหาอำมาตย์…..อ้าปากจะพูด….ก็ต้อง….”อ้า….อับ” แล้วก็กลืนลงคอ

เพราะในระหว่างอ้าปากจะพูดชายพิการได้ดีดขี้แพะเข้าปากเขาจึงพูดไม่ได้..พระราชาได้ที…ก็ตรัสว่า…มหาอำมาตย์มีอะไรจะคัดค้านหรือไม่

มหาอำมาตย์….อ้า….อับ..แล้วก็กลืนลงคอ
มหาอำมาตย์….อ้า….อับ..แล้วก็กลืนลงคอ
มหาอำมาตย์….อ้า….อับ..แล้วก็กลืนลงคอ
มหาอำมาตย์…พยายามอยู่นาน…จึงรู้ว่าพลาดเข้าแล้ว…จนกินขี้แพะไปเป็นทะนาน

ตั้งแต่นั้นมา…พระราชาก็ตรัสราชการอันใด..ก็ไม่มีใครคอยค้าน…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…คนพูดมากจนเกินงาม อาจทำให้คนอื่นไม่สบายใจเพราะคำพูดของเราได้…คนพูดจะไม่คิด…แต่คนฟังแทบอกแตก..

ความรู้อย่างเดียว…ถ้ากระจางเหมือนชายพิการ…ย่อมมีประโยชน์กับตนและผู้อื่น

การใช้อำนาจ…ถ้ามีคนคอยขัด…ก็ต้องคิดก่อน…เขาแย้งเราเพื่อประโยชน์อันใด..เพื่อตัวเขา..หรือ…เพื่อส่วนรวม

….พ่อใหญ่หนู แม่ใหญ่เหรียญ

นิทานพื้นบ้านอื่นๆที่น่าสนใจ