ซิ่นสองต่อน หมายถึง เนื้อคู่

ซิ่น หมายถึง  เนื้อ      
ต่อน  หมายถึง ชิ้น
รวมคือ เนื้อสองชิ้น เนื้อสองชิ้น ก็คือ เนื้อคู่

      ว่ากันว่า นานมาแล้ว เมื่อปี 2514 จำปา รักกันกับบุญหลายม๊ากมาก แก่พ่อแม่กีดกัน เพราะพ่อแม่เป็นศัตรูกันเมื่อ 20 ปีก่อน ทั้งสองถึงแอบคบกันลับๆ ตลอดมา จนวันหนึ่ง จำปี พี่ของ จำปาซึ่งแอบรักบุญหลาย เห็นจำปากับบุญหลายคุยกัน ทั้จึงไม่พอใจ จึงนำความไป Read the rest of this entry »

ณ เมืองพาราณสี พระราชาทรงมีพระมเหสี 7 นาง แต นางวิมาลา เป็นมเหสีเอก ครั้นเมื่อนางตั้งครรภ์ โหรทำนายว่าเทวดาจะมาเกิดด้วย มเหสีที่เหลือก็เกิดอิจฉาริษยา ครั้นเมื่อทำคลอดให้นางก็ได้นำสุนัขมาเปลี่ยนโยนเด็กทิ้งไป พระอินทร์เลยนำขึ้นไปเลี้ยงบนสวรรค์ ส่วนพระราชาได้คิดว่านางลอบเป้นชู้กับหมาจึงไล่นางออกจากวัง Read the rest of this entry »

บักหูดสามเปาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง มีแต่ตุ่มเต็มโต ขี้คร้านหลาย กินแล้วกะมีแต่นอน พ่อกับแม่เลยให้ไปอยู่วัดแห่งหนึ่งกับยาคู
ยาคูกะเลยเอาเม็ดแตงโมให้บักหูดสามเปาไปปลูก และบอกว่าให้ไปรดน้ำทุกวัน ความขี้คร้านของมันบ่ตักน้ำหด แต่ไปเยี่ยว(ฉี่) รดทุกมื้อ ๆ

จนบักโมเติบใหญ่ พอบักโมสุกก็เลยเอาไปถวายพระยา พระยามีลูกสาวผู้หนึ่งงามขนาด ชื่อ นางลุน ลูกสาวพระยากินบักโมแล้วเกิดมีลูก พระยาถามลูกว่ามีลูก Read the rest of this entry »

พญาคันคาก” รบ “พญาแถน”
เป็นตำนานเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้างทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงมานานกาเล ลูกหลานผู้เกิดใหม่ใหญ่ทีหลัง ไปเที่ยวบุญบั้งไฟ แล้วอาจจะสงสัยว่าทำไมน้อ บั้งไฟในขบวนแห่ของพี่น้องเฮาชาวอีสานตามหมู่บ้านตามตำบลต่าง ๆ นั้น ทำไมจึงติดหัวนาคเอาไว้บนหัวบั้งไฟ แล้วก็แต่งเอ้ด้วยลวดลายสีสันงามสุดที่ยิ่ง เหมือนตัวนาคเกร็ดนาคฉะนั้น จะเล่าสู่ฟัง
กาละเมื่อนานมาแล้ว – นับเนื่องเป็นอสงไขย สมัยเมื่อสรรพสิ่งทั้งหลาย ทั้งมวลมนุษย์ , สัตว์สิ่ง, หินดินน้ำฟ้าตลอดแม้ป่าแดดทะเลฝน ต่างสื่อสารระหว่างกัน ด้วยภาษาเดียวกัน ต่างรู้เรื่อง เข้าใจไม่มีแบ่งชนชั้นวรรณะ ต่างจึงสุขอยู่สร้าง เสมอด้ำ ดั่งกัน เมืองสวรรค์ชั้นฟ้า มี Read the rest of this entry »

ศึกกลางหมู่บ้านเค้าโครงจากบทประพันธ์ เรื่อง น้ำผึ้งหยดเดียว

น้ำผึ้งหยดเดียว หรือ น้ำผึ้งเหตุ นี้ จะหาว่าเรื่องราวชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นจะเป็นเพราะน้ำผึ้งคงไม่ใช่ เอ ใครเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทั้งหมดกันนะ ร่วมมาร่วมกันคิด ตริตรอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดีกว่า ใครผิด ใครถูก เรื่องมันมีว่า

ช่วงปลายปีมีการเล่นว่าวที่ชายทุ่ง ลมพัดเย็นสบาย นางเย็นชื่น ได้พาลูกมานั่งดูว่าวใต้ต้นไม้หน้าบ้าน ที่คนเขาเล่นปล่อยว่าวขึ้นสูงเสียดฟ้า ต่อมามีเด็กคนหนึ่งเดินถือขวดน้ำผึ้งเดินมาตามถนน แต่ว่าตานั้นได้แหงนมองดูว่าวเพลินเกินไป เท้าจึงสะดุดล้มลง น้ำผึ้งจึงหกลงมาถนน 1 หยด แล้วเด็กก็เดินต่อไป ทีนี้มีมด แมลง มากินน้ำผึ้งกันตามประสา ทีนี้คางคกจึงมาไล่จับกินแมลง มด แล้วมีแมวตัวหนึ่งมาไล่กินจิ้งจก ทีนี้หมาก็มาวิ่งกัดแมว เพื่อจะแย่งเยื่อ เด็กเจ้าของแมวเห็นเข้าจึงเอาไม้มาฟาดใส่หมาเต็มๆ
Read the rest of this entry »

นิทานพื้นบ้านหนองฮังกา(ปัจจุบันขึ้นกับบ้านแสงอินทร์) ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์

นานมาแล้วมีเศรษฐีผู้ใจบุญท่านหนึ่ง…แก่ชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ…ขอให้ได้ทำบุญแก่จะทำทุกอย่าง…คนอีสานเว้าไว้ว่า “แฮงให้ แฮงรวย แฮงให้ แฮงได้หลาย” แฮงให้แฮงรวยแฮงให้แฮงใดหลาย คือ ได้หลายเพราะคนตอบแทนกับการให้ของเรา รวมคือรวยน้ำใจไปไหนคนรักคนอารีย์กับไมยตรีจิตของเรา…สรรพสิ่งทั้งหลายธรรมชาติให้มาย่อมขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยทั้งหลาย…เศรษฐีผู้ใจบุญมีลูกชายคนเดียว…ไม่เอาถ่าน…ไม่เอาแก๊ช…ไม่เอาอะไรทั้งนั้น…ลูกเมียก็ไม่มี….ลูกชายเศรษฐี…เอาอย่างเดียวคือ กินเหล้า…กินแล้วก็กิน…กินจนติด….เพื่อนฝูงก็มาก…เพราะรวย..มีเงิน..เลี้ยงคนอื่น..เพื่อต้องการความเป็นเพื่อนแค่นั้นเอง…เพื่อนทั้งหลายก็หลอกกินฟรีไปวันๆ….หลายปีต่อมา….เศรษฐีใจบุญตายลง….ลูกชายเศรษฐี…เป็นผู้รับมรดกแต่เพียงผู้ Read the rest of this entry »

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันจะสึกรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์เกิดเป็นพญาไก่ป่า มีไก่เป็นบริวารหลายร้อยตัว อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง มีนางแมวตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในที่ไม่ไกลจากที่อยู่ของไก่ป่านั้น มันเที่ยวใช้อุบายล่อลวงจับไก่ป่ากินเป็นอาหารเกือบหมด พญาไก่ป่าทราบว่าบริวารถูกนางแมวจับกินไปเกือบหมดก็ไม่ไปใกล้ที่อยู่ของมัน
หลายวันต่อมา เมื่อไม่เห็นไก่ตัวใดไปใกล้ที่อยู่ของตน นางแมวจึงต้องดั้นด้นมาหาไก่เสียเอง มันเดินย่องเข้าไปใต้คอนไม้ที่พญาไก่ป่าจับอยู่ พร้อมกับพูดขึ้นว่า Read the rest of this entry »

มีชายพิการคนหนึ่ง…เป็นคนขาพิการ..ทำมาหากิน…และเลี้ยงพ่อแม่ด้วย…ด้วยการใช้นิ้วดีดก้อนหินเล็กๆใส่ใบไม้เป็นรูปร่างสัตว์ต่างๆให้คนดู..ผู้คนทั้งหลายได้ดูแล้วก็เกิดความพอใจ…จึงให้เงินและอาหารเป็นรางวัล…แก่ชายพิการ….ผู้คนในเมืองนั้นชื่นชอบชายพิการมากๆ…ชายพิการจึงเป็นขวัญใจของคนทั้งเมือง…วันหนึ่งพระราชาเสร็จออกเที่ยวไปทั่วเมือง…ได้ทอดพระเนตรต้นไม้…เห็นมีรูป…ลิง….ช้าง…บ่าง….ชะนี……เสือ….เป็นต้น…จึงถามอำมาตย์ว่า Read the rest of this entry »

กุดนางใย เป็นชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองมหาสารคาม มาตั้งแต่สมัยพระเจริญราชเดช (กวด) เจ้าเมืององค์แรก ซึ่งมาตั้งเมืองเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๘ ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคควบคู่กับแหล่งน้ำ ในหนองท่ม (กระทุ่ม) ที่เรียกว่ากุดเพราะเป็นที่สิ้นสุดของสายน้ำ (กุด แปลว่าด้วนหรือสิ้นสุด) หรือเรียกว่าแม่น้ำด้วน ปัจจุบัน ตื้นเขินมากคงเหลือเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ ใกล้กับกุดนางใยเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยอาชีวศึกษา มหาสารคาม และริมกุดนางใย มีร่องรอยของวัตถุโบราณสันนิษฐานว่าพระเจริญราชเดชสร้างไว้เมื่อครั้งตั้งเมือง ได้แก่เสาหงส์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้พิทักษ์เมือง Read the rest of this entry »

ผีเอย…….ผีก่องก่อย…..มากินตับเด็กน้อยที่มันขี้ดื้อ

ผู้ใดฮ้องไห้ฮื่อๆ…….สิจกใส้กินตับกินไต

.

จำได้ว่าสมัยเป็นเด็กประถม แม่จะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนเสมอๆ

และหนึ่งในนิทานที่ฟังบ่อยๆก็คือเรื่อง ผีก่องก่อย ..

.

ผีก่องก่อยเป็นผีป่าชนิดหนึ่ง มักอาศัยอยู่ในด่าทึบรกชัด และออกหากินเวลาดึกดื่นเที่ยงคืน

เพราะเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ และปราศจากผู้คน อีกทั้งอาหารก็หาง่าย Read the rest of this entry »






© 2007 นิทานพื้นบ้าน | iKon Wordpress Theme by Windows Vista Administration | Powered by Wordpress
XHTML CSS RSS