ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภคนแจวเรือประจำท่าคนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษี บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าหิมพานต์เป็นเวลาช้านาน คิดอยากจะโปรดญาติโยม จึงเข้าไปเที่ยวภิกขาจารในเมืองพาราณสี
พระราชาทรงเลื่อมใสแล้วนิมนต์ให้จำพรรษาในสวนหลวงเพื่อถวายทาน พระราชาจะเสด็จไปฟังธรรมวันละครั้ง ฤๅษีมักจะให้โอวาทเป็นประจำว่า “มหาบพิตร พระราชาไม่ควรมีอคติ ๔ อย่าง เป็นผู้ไม่ประมาทสมบูรณ์ด้วยขันติ มีเมตตากรุณา ครองราชย์โดยธรรม ที่สำคัญ Read the rest of this entry »

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง
ตรัสให้โอวาทว่า “ภิกษุ ธรรมดาสมณเมื่อมาถึงเสนาสนะเป็นที่สบายแล้วก็ไม่ควรโลภในอาหาร ยินดีตามมีตามได้ ปฏิบัติสมณธรรม โบราณบัณฑิตแม้เป็นสัตว์ดิรัจฉาน กินผงแห้งของต้นไม้ที่ตนอยู่อาศัย มีความสันโดษไม่ทำลายมิตธรรมหนีไปที่อื่นเลย” แล้วได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่ป่าไม้มะเดื่อแห่งหนึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีนกแขกเต้าหลายแสนตัว ต่อมาในฤดูแล้งผลมะเดื่อได้หมดลง นกแขกเต้าทั้งหลายได้พากันบินหนีไปหากิน ณ ที่อื่น ยังคงเหลือแต่พญานกแขกเต้าตัวหนึ่งเท่านั้น เป็นผู้มักน้อยสันโดษไม่หนีไปที่อื่น Read the rest of this entry »

เมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง มีความอุดมสมบูรณ์ผู้ปกครองเมืองคือพญาฟ้าแดด มีพระมเหสีชื่อ “พระนางจันทาเทวี”(เขียวค่อม) มีพระธิดาชื่อ “พระนางฟ้าหยาด” เป็นผู้ที่มีพระสิริโฉมงดงามมาก เป็นที่หวงแหนของพระราชบิดา-มารดา

พญาฟ้าแดดให้ช่างสร้างปราสาทเสาเดียวไว้กลางน้ำ โดยใช้ศิลาแลงในการก่อสร้างบริเวณนี้ปัจจุบันเรียกว่า “โนนฟ้าแดด” นอกนั้นยงมีการขุดสระไว้รอบเมือง มีคูค่ายและเชิงเนิน มีหอรบอย่างแข็งขัน สระที่ขุดไว้ในปัจจุบันเป็นหนองน้ำสาธารณะ เมืองลูกหลวงของเมืองฟ้า Read the rest of this entry »

นิทานเรื่องนางผมหอมนี้ ความจริงมีหลายสำนวน โดยนางเอกคือนางผมหอม เป็นชาวบ้านธรรมดาบ้าง เป็นธิดากษัตริย์บ้าง

แต่ในที่นี้ ข้าพเจ้าจะเล่าโดยให้นางเอกเป็นชาวบ้านธรรมดา ตามที่ได้ฟังมา (เป็นเรื่องย่อครับ)
————————-
  
นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง แต่งงานอยู่กินกันมาตั้งนาน แต่ก็ยังไม่มีลูกสักกะที จึงไปบนบานขอต่อเทวดา และในที่สุด ก็ตั้งครรภ์ และคลอดลูกเป็นเด็กหญิงน่ารักคนหนึ่ง ตั้งชื่อว่า เทวี เด็กหญิงนั้น ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ด้วยความรัก จากพ่อแม่ทั้งสอง จนเติบใหญ่เป็นสาว Read the rest of this entry »

กาลครั้งหนึ่ง ยังมีหญิงสาวหน้าตาเป็นม้า ชื่อ แก้วมณี เหตุที่ชื่อนี้ เมื่อก่อนคลอด แม่ของนาง ฝันเห็นเทวดานำดวงแก้วมณีมาให้ จึงตั้งชื่อนี้   แก้วมณีเป็นหญิงมีน้ำใจโอบบอ้อมอารี เป็นมิตรกับทุกคน ครั้งหนึ่งเมื่อนางไปเลี้ยงควายมีว่าวของพระปิ่นทองลอยมาตกต่อหน้านาง พระปิ่นทองตามมาเอาคืน อย่างไรก็ไม่ได้ จนกระทั่งพระปิ่นทอง หลุดปากออกว่าจะรับนางเป็นเมียใจจริงพระปิ่นทองเกลียดนางแก้วยิ่งนัก นางจึงคืนให้ และสั่งต่อมาจะมารับภายใน 3 วัน นางคอยแล้วคอยเล่าก็มิเห็นแม้เงา พ่อกับแม่จึงจะเข้าวังหลวง ไปทวงสัญญา พระนางนันทา แม่ของพระโอรสปิ่นทองเห็นดีจึงให้เข้าวังมา ด้วยวอทอง ต่อมาไม่นานท้าวภูวดล พ่อของพระปิ่นทองซึ่งเกลียดนางแก้วมณีมาก มีคำสั่งให้นาง Read the rest of this entry »

ดาวไก่น้อย

พระอาทิตย์ยามเย็นส่องแสงนวลสีเหลืองอ่อยใกล้ลับภูเขา  สองเฒ่าตายายกำลังกลับจากหาฝืนในป่าก็กลับกระต๊อบ  ยายก็มาหุงหาข้าวปลาอาหาร ตาก็ถือขันข้าวเปลือกไปให้อาหารแม่ไก่กับลูก 6 ตัว ที่พาลูกไปเที่ยงป่าไผ่หลังกระต๊อบทั้งวัน

ตกค่ำตายายก็จุดตะเกียงนั่งกินข้าวนอกชานซึ่งมีหลังคาคลุมอยู่  เสียงร่ำลือหนาหูว่ามีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาปักกรดหลังหมู่บ้าน ตายายกิน Read the rest of this entry »

  นางสิบสอง
    นางสิบสอง หรือ พระรถเมรี เนื้อเรื่องมีว่า…

    เศรษฐีผัวเมียชื่อ นนท์และพราหมณี ไม่มีลูกไว้สืบสกุล จึงบนบานศาลกล่าว ขอลูกจากเทวดา เทวดาก็ใจปล้ำซะด้วยซิ ให้ลูกแก่ นางพราหมณี ถึง 12 คน คนสุดท้องชื่อ นางเภา เป็นหญิงล้วน พอหลายปีผ่านปี จากความรวยก็กลายเป็นความจน ครอบครัวเศรษฐีก็ไม่มีอันจะกิน จึงเอาลูกสาวทั้ง 12 คน ไปปล่อยป่า Read the rest of this entry »






© 2007 นิทานพื้นบ้าน | iKon Wordpress Theme by Windows Vista Administration | Powered by Wordpress
XHTML CSS RSS